6 คำไทยเรื่องความรัก ที่ไม่เคยล้าสมัย

วันทองสองใจ

ความรักเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับความสัมพันธ์ของคนเรามาโดยตลอด ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ก็จะมีการถ่ายทอดมุมมองของความรักผ่านเป็นบทเพลง คำกลอน คำพังเพยหรือสุภาษิตต่าง ๆ เพื่อเป็นการเตือนใจตัวเองและคนอื่น ๆ ให้ได้มุมมองความรักที่หลากหลายต่างกันไป เรามาดูกันว่า มีคำไทย หรือวลีไทยอะไรบ้าง ที่มีความหมายเกี่ยวกับความรัก

1. “ถ่านไฟเก่า”

วลีนี้ได้นำมาเป็นชื่อเพลงและท่อนเนื้อร้องเพลงดังของพี่เบิร์ด ธงไชย ที่ดังข้ามเวลามาหลายสิบปีแล้ว (หากได้ดูมิวสิคเพลงนี้จะเข้าใจ get ความหมายได้ทันที!) เพราะหมายถึงการที่คนรักเก่า ไม่ว่าฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง เมื่อห่างหายหรือได้เลิกรากันไปแล้ว แต่ได้กลับมาเจอกันอีก ก็มีโอกาสสูงที่จะจูนกันใหม่และสานต่อความสัมพันธ์ขึ้นอีกครั้ง

2. “พบไม้งามเมื่อขวานบิ่น”

เป็นอาการ “เสียดายของ” ที่เกิดจากการได้เจอ “คนที่ใช่” ในวันที่สายเกินไป เข่น เขาคนนั้นมีลูกมีภรรยาไปแล้วซึ่งก็เป็นนัยเตือนใจไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับคนที่มีเจ้าของแล้ว เพราะนอกจกกจะผิดศีลธรรม คือ ผิดศีลข้อสาม กาเมฯ แล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทะเลาเบาะแว้งกันและทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากการทำร้ายร่างกายหรือชีวิตกันด้วยความหึงหวงไม่พอใจ ดังที่เป็นข่าวพาดหัวอยู่บ่อย ๆ

3. “น้ำตาลใกล้มด”

เป็นวลีสั้น ๆ แต่เตือนใจความสัมพันธ์ชายหญิงที่มีโอกาสเกิดการสานต่อหรือ “เกินเลย” กันได้ เมื่อได้ใกล้ชิดกัน ซึ่งหากทั้งคู่อยู่ในวัยที่พร้อมมีครอบครัว ทั้งยังเป็นโสดและชอบพอกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย แต่หากเป็นความสัมพันธ์ในช่วงวัยที่ยังไม่พร้อม เช่น วัยรุ่น หรือต่างฝ่ายมีครอบครัวหรือคนรักอยู่แล้ว วลีนี้จะช่วยเตือนใจให้ป้องกันการพลาดพลั้งที่จะตามมาได้

4. “วัวแก่กินหญ้าอ่อน”

เป็นการเปรียบเทียบความสัมพันธ์ฉันท์คู่รักของคนที่มีวัยต่างกันมาก ๆ โบราณจึงเปรียบเทียบคนอายุน้อยกว่าว่าเป็นหญ้าอ่อน ส่วนผู้ที่อายุมากกว่าก็ถูกเปรียบเปรยเป็นวัวแก่ นั่นเอง

5. “วันทองสองใจ”

วันทอง เป็นชื่อนางในวรรณคดี เรื่องขุนช้างขุนแผนที่รักผู้ชายสองคน แม้ตามท้องเรื่องจะเกิดจากการเข้าใจว่าคนแรกเสียชีวิตไปแล้ว จึงได้ตกลงใช้ชีวิตคู่ร่วมกับคนที่สอง แต่ต่อมาเมื่อชายคนแรกกลับมา ก็เกิดความลังเลด้วยความรักต่อชายทั้งสอง จึงทำให้ถูกโทษประหารในที่สุด

6. “ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์”

เป็นการหมายถึงช่วงเวลาท่องเที่ยวครั้งพิเศษหลังการแต่งงานใหม่ ๆ ของคู่รัก ที่เปรียบเปรยความหวานดั่ง น้ำผึ้ง และเป็นการเตือนใจให้นึกถึงช่วงเวลาดี ๆ ที่มีต่อกันบ่อย ๆ ยามมีความไม่เข้าใจกันหรือการขัดแย้งกันในชีวิตคู่ภายหน้า

วลีทั้งหกเป็นคำไทยที่แสดงถึงวัฒนธรรมไทยที่ต้องการให้ทั้งชายหญิงรักษาระยะความสัมพันธ์ที่เหมาะสม ซึ่งคนในยุคปัจจุบัน สามารถนำมาเป็นข้อคิดหรือปรับใช้ตามสถานการณ์ได้